ในวันที่ 9 เมษายน 2568 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ประกาศเก็บภาษีพื้นฐานในอัตรา 10% จากสินค้าที่นำเข้ามาทั้งหมดในประเทศ รวมถึงปรับเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศทั่วโลก เช่น จีน 34%, สหภาพยุโรป 20%, เวียดนาม 46%, ไต้หวัน 32%, และไทย 36% เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจภายในประเทศ ฝ่ายวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ระบุว่าการดำเนินการนี้จะกระทบต่อการส่งออกสินค้าของไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยมูลค่าการส่งออกอาจลดลง 7-8 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 13-15% ของการส่งออกไปสหรัฐฯ หรือ 2.3% ของการส่งออกทั้งหมดของไทยในปี 2567
ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ชี้ว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจะเป็นไปอย่างรุนแรง โดยการลดลงของการส่งออกจะส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนลดลงตาม โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เช่น พนักงานโรงงานที่อาจไม่ต้องทำงานล่วงเวลา ซึ่งอาจฉุด GDP ไทยลงประมาณ 0.9-1.2% จากการคาดการณ์ ทั้งนี้ CGSI ยังคาดการณ์ว่า EPS ของตลาดหุ้นไทยจะลดลง 10% และได้ปรับลดเป้าหมายดัชนี SET สิ้นปี 2568 จาก 1,380 จุด มาอยู่ที่ 1,200 จุด
ในส่วนของกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำให้ลงทุนในหุ้นที่เน้นธุรกิจในประเทศและหุ้นปันผลสูงเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง หุ้นที่แนะนำได้แก่ BH, CBG, CPALL, CPN, HANA, KTB, MINT, MTC, PTTEP, SCB, PR9 และ SIRI โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐอาจช่วยสนับสนุนตลาด SET ในอนาคต