Investing.com - ราคาทองคำปรับตัวขึ้นจนทำสถิติสูงสุดใหม่ในตลาดเอเชียวันนี้ เนื่องจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยยังคงแข็งแกร่งจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้น และความกังวลเกี่ยวกับภาษีการค้า
นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงหลีกเลี่ยงความเสี่ยงก่อนการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันนี้และคาดว่าจะให้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่างมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงที่ลดลงจากการที่ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงข่มขู่ที่จะขึ้นภาษีการค้าให้สูงขึ้น ขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐเพิ่มขึ้น เงินดอลลาร์สหรัฐก็อ่อนค่าลงจากแนวโน้มนี้ ส่งผลให้ทองคำแข็งแกร่งขึ้น
ราคาทองคำสปอต เพิ่มขึ้น 0.1% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3,039.0 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ สัญญาทองคำฟิวเจอร์ส ที่จะครบกำหนดในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 0.1% แตะระดับสูงสุดที่ 3,046.12 ดอลลาร์ต่อออนซ์
การประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ก็คาดว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้เช่นเดิม
ทองคำทำสถิติสูงสุดเมื่อวันอังคาร หลังจากข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสล่มลง ซึ่งบ่งชี้ถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ความคืบหน้าที่ล่าช้าในการเจรจาหยุดยิงระหว่างรัสเซียและยูเครนก็ช่วยหนุนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นกัน
ทองคำยังคงแข็งแกร่ง จับตาการตัดสินใจดอกเบี้ยของเฟด
เฟดคาดว่าจะ ยังคงอัตราดอกเบี้ย ไว้ที่ 4.5% หลังจากการประชุมในวันนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของทรัมป์
เจ้าหน้าที่ของเฟดได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะสั้นหลายครั้ง เนื่องจากทรัมป์กำลังดำเนินนโยบายของเขา โดยมีพื้นที่จำกัดสำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้
เฟดยังมีกำหนดการณ์จะเผยแพร่รายงานการคาดการณ์เศรษฐกิจล่าสุด ซึ่งจะให้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารงานของทรัมป์
มาตรการภาษีของทรัมป์ โดยเฉพาะการกลับไปกลับมาระหว่างมาตรการภาษีต่อแคนาดาและเม็กซิโก ยังได้เพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยทรัมป์เตือนว่าจะขึ้นภาษีให้สูงขึ้นอีกในช่วงต้นเดือนเมษายน
ตลาดกังวลว่าการขึ้นภาษีที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ และกระตุ้นเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ
โลหะมีค่าประเภทอื่น ๆ ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันนี้ หลังจากปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงก่อนหน้า โดย แพลตตินัมฟิวเจอร์ส ลดลง 0.4% มาเป็น 1,016.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ แร่เงินฟิวเจอร์ส ลดลง 0.5% มาเป็น 34.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทองแดงปรับตัวขึ้นจากความหวังในการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน
ในบรรดาโลหะอุตสาหกรรม ราคาทองแดงทรงตัวหลังปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงก่อนหน้า ท่ามกลางความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุดอย่างจีน
ทองแดงฟิวเจอร์ส บนตลาด London Metal Exchange ขยับลง 0.1% มาเป็น 9,901.85 ดอลลาร์ต่อตัน ขณะที่ ทองแดงฟิวเจอร์ส ที่จะครบกำหนดในเดือนพฤษภาคมปรับตัวขึ้น 0.3% มาเป็น 5.0213 ดอลลาร์ต่อปอนด์
จีนเพิ่งประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นการใช้จ่ายภาคเอกชนและสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจของจีนในปี 2025 สภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในจีนคาดว่าจะช่วยเพิ่มความต้องการใช้ทองแดง
ทรัมป์ยังมีแผนที่จะกำหนดภาษีศุลกากรต่อทองแดง ซึ่งอาจจำกัดอุปทานทองแดงในสหรัฐฯ ในระยะสั้นอย่างรุนแรง