tradingkey.logo

เงินเอเชียอ่อนค่าจากแนวโน้มนโยบายภาษีของทรัมป์ เงินหยวนร่วงต่ำสุดในรอบ 4 เดือน

Investing.com26 พ.ย. 2024 เวลา 7:40

Investing.com - สกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงในวันนี้ โดยเงินหยวนของจีนร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนเมื่อเทียบกับดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น หลังจากว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าจะเพิ่มภาษีการค้านำเข้าสำหรับจีน เม็กซิโก และแคนาดา

ทรัมป์ขู่ว่าจะเพิ่มภาษีนำเข้าถึง 25% สำหรับสินค้าทั้งหมดจากเม็กซิโกและแคนาดา และเพิ่มภาษีอีก 10% สำหรับสินค้าจากจีน

ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นในตลาดเอเชีย โดยล่าสุดเพิ่มขึ้น 0.2% หลังขยับลงเล็กน้อยจากระดับสูงสุดก่อนหน้า อีกทั้งเมื่อวันจันทร์การแต่งตั้งสก็อตต์ เบสเซนต์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังส่งผลให้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับลดลงอย่างมากและกดดันเงินดอลลาร์

คู่ USD/CNY ของเงินหยวนในตลาดจีนปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.3% สู่ระดับสูงสุดตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ขณะที่คู่ USD/CNH ของเงินหยวนในตลาดนอกประเทศเพิ่มขึ้น 0.2%

สกุลเงินในภูมิภาคอื่น ๆ ก็เผชิญแรงกดดันเช่นกัน เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น

คู่เงิน USD/SGD ของดอลลาร์สิงคโปร์เพิ่มขึ้น 0.2% ขณะที่คู่ USD/THB ของเงินบาทเพิ่มขึ้น 0.3%

คู่เงิน AUD/USD ของดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อความขัดแย้งทางการค้าของจีนกับสหรัฐฯ ลดลง 0.2%

ในทางกลับกัน คู่เงิน USD/JPY ของเยนญี่ปุ่นลดลง 0.4% เนื่องจากนักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มขึ้น

คำขู่เรื่องภาษีของทรัมป์สร้างแรงกดดันต่อตลาดเอเชีย

ทรัมป์เคยประกาศว่าจะเพิกถอนสถานะการค้าแบบชาติที่ได้รับการปฏิบัติพิเศษ (most-favored-nation) ของจีน และเพิ่มภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าจีนขึ้นถึง 60% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับภาษีในช่วงที่เข้าดำรงตำแหน่งครั้งแรก

สำหรับตลาดเอเชียนโยบายภาษีของทรัมป์ได้สร้างสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ซึ่งมีทั้งความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ในอนาคต ประกอบกับเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นก็ได้เพิ่มความผันผวนของค่าเงินในภูมิภาค

เศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกสูง เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และมาเลเซีย ยังอาจเผชิญกับการเติบโตที่ลดลงเนื่องจากความต้องการสินค้าจากเอเชียในสหรัฐฯ ลดลง

คู่เงิน USD/KRW ของวอนเกาหลีใต้ และคู่เงิน USD/TWD ของดอลลาร์ไต้หวันขยับเพิ่มขึ้น 0.1% ขณะที่คู่เงิน USD/MYR ของริงกิตมาเลเซียเพิ่มขึ้น 0.3%

ด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคที่มีการบริโภคในประเทศสูง เช่น อินเดียและอินโดนีเซีย อาจได้รับผลกระทบจากภาษีศุลกากรโดยตรงในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนสินค้านำเข้าที่สูงขึ้นและการหยุดชะงักในห่วงโซ่อุปทานโลกก็อาจส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้

คู่เงิน USD/INR ของรูปีอินเดียแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ 84.28 โดยยังคงอยู่ใกล้กับระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

จับตาการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของเกาหลีใต้ และข้อมูลจากเฟด

ธนาคารกลางเกาหลีใต้เตรียมตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยในวันพุธ ขณะที่อินเดียเตรียมเปิดเผยรายงาน GDP ประจำไตรมาสสามในวันศุกร์ และจีนจะมีการประกาศรายงาน PMI ในวันเสาร์

ในสหรัฐฯ ข้อมูลดัชนีราคา PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางให้ความสำคัญ ก็มีกำหนดการณ์จะเผยแพร่ในวันพุธ ซึ่งอาจให้เบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟด ขณะที่ บันทึกการประชุมของเฟด ในเดือนพฤศจิกายนนั้นจะมีการเผยแพร่ในวันพฤหัสบดี

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้บนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ราคาทองคำและเงินฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง: การฟื้นตัวในระยะสั้นหรือจุดเริ่มต้นของตลาดขาขึ้นรอบใหม่?

TradingKey - โลหะมีค่าดีดตัวกลับอย่างแข็งแกร่งหลังความผันผวนอย่างรุนแรง ในขณะที่ตลาดกำลังเผชิญกับการเลือกทิศทางที่สำคัญ หลังจากปรับตัวลดลงอย่างหนักติดต่อกันสองวัน ตลาดโลหะมีค่าได้กลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในวันอังคารนี้ โดยเมื่อวันที่ 3 สัญญาซื้อขายทองคำและเงินล่วงหน้าในตลาดนิวยอร์กปิดตลาดพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นักลงทุนกำลังประเมินความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้จากปัจจัยทางนโยบายใหม่ และกำลังมองหาโอกาสในการเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว (buy-the-dip) อย่างคึกคัก
TradingKey
วันพุธที่ 4 ก.พ.
cover

Bitcoin ETF กองทุนไหนดีที่สุด? และวิธีการซื้อ Bitcoin ETF

สนใจลงทุนใน Bitcoin แต่ยังกังวลเรื่องการจัดการกระเป๋าเงินดิจิทัลหรือไม่? คู่มือการลงทุน Bitcoin ETF ปี 2026 นำเสนอการเปรียบเทียบอัตราค่าธรรมเนียมการจัดการและมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของ Spot ETF ชั้นนำอย่างครอบคลุม ซึ่งรวมถึง IBIT ของ BlackRock และ FBTC ของ Fidelity โดยคู่มือฉบับนี้จะวิเคราะห์ข้อดีและข้อเสียของการลงทุนผ่าน ETF เปรียบเทียบกับการถือครองสกุลเงินดิจิทัลโดยตรง พร้อมให้คำแนะนำขั้นตอนการซื้อผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Fidelity, IBKR และ Futu Bull เพื่อช่วยให้คุณเข้าสู่ตลาดคริปโตได้โดยง่ายและสามารถ "ช้อนซื้อ" (buy the dip) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
TradingKey
วันศุกร์ที่ 30 ม.ค.
cover
KeyAI