tradingkey.logo

ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น จากสัญญาณการลดลงของน้ำมันคงคลังในสหรัฐฯ

Investing.com30 ต.ค. 2024 เวลา 6:15

Investing.com - ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในตลาดเอเชียวันนี้ หลังข้อมูลอุตสาหกรรมแสดงการลดลงอย่างไม่คาดคิดของสินค้าคงคลังน้ำมันในสหรัฐฯ ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางก็ยังคงเป็นประเด็นที่นักลงทุนต้องจับตามอง

ตลาดยังรอการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญและการประชุมของธนาคารกลางในหลายประเทศสำคัญในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งน่าจะส่งผลต่อแนวโน้มความต้องการน้ำมัน

น้ำมันดิบเบรนท์ฟิวเจอร์ส ที่จะครบกำหนดเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 0.5% เป็น 71.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ น้ำมันดิบ WTI ฟิวเจอร์ส เพิ่มขึ้น 0.6% เป็น 67.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 12:35 น. (GMT+7)

สัญญาทั้งสองปรับตัวลดลงอย่างมากในสัปดาห์นี้ หลังการโจมตีของอิสราเอลต่ออิหร่านนั้นไม่รุนแรงเท่าที่คาดการณ์ ทำให้ความกังวลเรื่องการยกระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลางลดลงบ้าง แต่การโจมตีของอิสราเอลต่อกลุ่มฮามาสและฮิซบอลเลาะห์ก็ยังคงดำเนินต่อไปโดยยังไม่มีสัญญาณการหยุดยิงที่มีนัยสำคัญ

สินค้าคงคลังน้ำมันของสหรัฐฯ ลดลง - API

ข้อมูลจาก สถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน แสดงให้เห็นว่าน้ำมันคงคลังสหรัฐลดลง 0.57 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา เทียบกับการคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 2.3 ล้านบาร์เรล

โดยทั่วไปแล้ว ข้อมูลดังกล่าวมักจะบ่งบอกแนวโน้มที่คล้ายกันจาก ข้อมูลสินค้าคงคลังน้ำมันอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีกำหนดการณ์จะเผยแพร่ในวันนี้ และช่วยสร้างความผ่อนคลายให้ตลาดน้ำมัน โดยแสดงให้เห็นว่าประเทศที่มีการบริโภคน้ำมันมากที่สุดในโลกอยู่ในภาวะตึงตัวพอสมควร

อย่างไรก็ตาม ความต้องการน้ำมันในสหรัฐคาดว่าจะลดลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากฤดูหนาวทำให้การเดินทางลดลง ขณะที่แรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงและอัตราดอกเบี้ยที่สูงก็ยังคาดว่าจะส่งผลลบอีกเช่นกัน

การเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะมาถึงก็ยังเป็นประเด็นสำคัญที่สร้างความไม่แน่นอนต่อตลาด เนื่องจากมันจะกำหนดนโยบายสหรัฐในอีกสี่ปีข้างหน้า โดยโดนัลด์ ทรัมป์ และกมลา แฮร์ริส กำลังแข่งขันอย่างสูสี ซึ่งผู้สมัครทั้งสองสัญญาว่าจะเพิ่มการผลิตน้ำมันของสหรัฐเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของพวกเขา

จับตาข้อมูลเศรษฐกิจและการประชุมของธนาคารกลาง

การประกาศข้อมูลสำคัญจากหลายประเทศก็มีกำหนดการณ์จะเผยแพร่ในอีกไม่กี่วัน รวมถึงการประชุมของธนาคารกลางหลัก

ข้อมูล GDP ภายในประเทศประจำไตรมาสที่สามจาก ยูโรโซน และ สหรัฐฯ มีกำหนดเผยแพร่ในวันนี้ ขณะที่ข้อมูล ดัชนีราคา PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ และข้อมูล การจ้างงานนอกภาคการเกษตร ซึ่งเป็นตัวชี้วัดตลาดแรงงานสำคัญ ก็มีกำหนดการณ์เผยแพร่ในวันศุกร์

ข้อมูลเหล่านี้จะเผยแพร่ก่อนการประชุมของ ธนาคารกลางสหรัฐ ในสัปดาห์หน้า ซึ่งธนาคารกลางคาดว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยลงที่ 25 จุดพื้นฐาน

ในเอเชีย ข้อมูล PMI จากผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดอย่างจีนก็มีกำหนดการณ์จะเผยแพร่ในวันพฤหัสบดี ขณะที่การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีนในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะให้สัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการเพิ่มการใช้จ่ายทางการคลัง

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีกำหนดการณ์ตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยในวันพฤหัสบดีนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) มีกำหนดการประชุมในสัปดาห์หน้า

ตรวจสอบโดยTony
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหาของบทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้น และไม่ได้สะท้อนท่าทีอย่างเป็นทางการของ Tradingkey ไม่ควรถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น และผู้อ่านไม่ควรตัดสินใจลงทุนโดยอิงจากเนื้อหาของบทความนี้เท่านั้น Tradingkey ไม่รับผิดชอบต่อผลการเทรดใด ๆ ที่เกิดจากการพึ่งพาบทความนี้ นอกจากนี้ Tradingkey ไม่สามารถรับประกันความถูกต้องของเนื้อหาบทความ ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนใดๆ ขอแนะนำให้ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อทำความเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างถ่องแท้

บทความแนะนำ

RBA ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหนุนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียอีกครั้ง: ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2026 หรือไม่?

TradingKey - ในขณะที่กลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักของโลกยังคงตกอยู่ท่ามกลาง "การแข่งขันปรับลดอัตราดอกเบี้ย" ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ได้สร้างความประหลาดใจครั้งใหญ่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 basis points การเคลื่อนไหวที่สวนทางกับแนวโน้มนี้ได้ส่งผลกระทบต่อจังหวะของตลาดอย่างสิ้นเชิง โดยค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) ได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างรุนแรงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่องจากแนวโน้มขาขึ้นในปี 2025 ทั้งนี้ อัตราแลกเปลี่ยน AUD จะยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2026 หรือไม่?
KeyAI